วันที่ 13 สิงหาคม – 20 กันยายน 2569
เวลา 10.00 – 20.00 น.
ณ RCB Galleria 5 ชั้น 3 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก
มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อความรัก และเพื่อการได้ดูแลผู้อื่น ตั้งแต่การทำอาหาร ซักผ้า มีเพศสัมพันธ์ (Sex) เลี้ยงลูก ไปจนถึงการดูแลผู้สูงอายุ งานเหล่านี้เกิดขึ้นในทุกบ้าน เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และมักกระทำด้วยเหตุแห่งความรักและความกตัญญู (หรือหากจะพูดอย่างไม่โรแมนติก ก็ยังเกี่ยวข้องกับสถานะทางเพศ เศรษฐกิจ และสังคม) นี่คือแรงงานล่องหนที่ทั้งชวนซาบซึ้ง ชวนฝัน และบางครั้งก็ชวนให้แทบบ้า
ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ภูมิใจนำเสนอ “Flying is not Scary – บ่น่ากั๋วเต้าใด” นิทรรศการเดี่ยวโดย juli baker and summer (ป่าน ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา) ที่ชวนผู้ชมออกเดินทาง (บิน) ผ่านความทรงจำส่วนตัวของศิลปิน ก่อนค่อย ๆ เปิดไปสู่บทสนทนาว่าด้วยความรัก การดูแล และผู้คนที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตของเรา
“อีน้อง ขึ้นเครื่องบินมันน่ากั๋วว่า” คือคำถามที่คุณยายมักถามทุกครั้งเมื่อศิลปินกลับถึงบ้านจากการเดินทางไกล
ประโยคสั้น ๆ จากความสงสัยใคร่รู้ของคนที่ไม่เคยขึ้นเครื่องบิน ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการหวนกลับไปสำรวจความทรงจำของศิลปินที่มีต่อคุณยาย ตั้งแต่วันที่คุณยายเป็นผู้เลี้ยงดู ไปจนถึงวันที่บทบาทของทั้งคู่ค่อย ๆ สลับกัน เมื่อศิลปินกลายมาเป็นผู้ดูแลคุณยายในช่วงบั้นปลายของชีวิตนานกว่าแปดปี
ประสบการณ์การเป็นผู้ดูแลทำให้ศิลปินเริ่มตั้งคำถามถึงความหมายของการดูแลผู้คนในฐานะแรงงานรูปแบบหนึ่ง แรงงานที่เกิดขึ้นภายในบ้านและดำเนินไปในนามของความรัก ไม่ว่าจะเป็นแม่ แม่บ้าน ภรรยา ลูกสาว หรือผู้ดูแลผู้สูงอายุ ผู้คนที่ใช้เวลา แรงกาย และความรู้สึกประคับประคองชีวิตของผู้อื่น โดยแทบไม่เคยได้รับการมองเห็นในฐานะผู้ใช้แรงงาน
ช่วงเวลาของการได้เป็น ผู้ดูแล (Caregiver) ให้กับคุณยาย คือช่วงเวลาที่ศิลปินได้ใช้ชีวิตและพัฒนาความสัมพันธ์ ทั้งกับคุณยายของเธอเอง ทั้งกับการเป็นผู้หญิงในตัวเองและผู้หญิงรอบตัว ทั้งกับอารมณ์และบทบาทหน้าที่ที่เจือปนด้วยความรู้สึกที่ทั้งเปราะบาง ความแข็งกร้าวในแบบที่เธอเองไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในฐานะมนุษย์
บันทึกการบินฉบับนี้จึงเป็นส่วนผสมของความทรงจำหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ความสุขเล็ก ๆ อย่างอาหารมื้อโปรดที่ยายเคยทำ ผ้าถุงลายดอกที่ยายชอบใส่ เรื่องราวการเดินทางที่ได้เล่าให้ยายฟัง บทเพลงที่พาศิลปินผ่านช่วงเวลาซึ่งเต็มไปด้วยความรู้สึกยากจะอธิบาย ไปจนถึงประสบการณ์หน้าห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลของรัฐ และการสวมเดรสฮาวายสีสดไปงานศพตามคำขอของยาย
นิทรรศการครั้งนี้ไม่ได้ตั้งใจเล่าเรื่องของคุณยายเพียงคนเดียว หากชวนผู้ชมกลับมาทบทวนผู้คนที่อยู่เบื้องหลังชีวิตของเรา และตั้งคำถามว่า เรา (และรัฐ) มองเห็นคุณค่าของผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลคนในบ้าน หรือแรงงานสร้างคนเหล่านี้อย่างไร
เรื่องราวทั้งหมดถูกถ่ายทอดผ่านผลงานจิตรกรรมสื่อผสมและศิลปะจัดวาง ซึ่งเปรียบเสมือนการเปิดบันทึกความทรงจำทีละหน้า ถ่ายทอดทั้งความรัก ความเปราะบาง มุกตลกระหว่างยายกับหลาน และความหวังที่ส่งต่อจากผู้หญิงรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง
ความทรงจำระหว่างหลานกับยายจึงไม่ได้จบลงเพียงในฐานะเรื่องเล่าส่วนตัว หากกลับกลายเป็นแรงผลักดันให้ juli baker and summer ได้ออกเดินทางต่อในเส้นทางของตัวเอง การที่คุณยายไม่เคยมีโอกาสขึ้นเครื่องบินจึงไม่ใช่ข้อจำกัด หากเป็นที่มาของชื่อ “Flying is not Scary – บ่น่ากั๋วเต้าใด” ที่ไม่ได้พูดถึงการบินเพียงอย่างเดียว แต่ยังสื่อถึงผู้คนที่อาจไม่เคยได้ออกเดินทาง ทว่ากลับเป็นแรงส่งให้ใครอีกคนได้โบยบิน